สุดยอดนักเตะปีศาจแดง “มาร์ค ฮิวจ์ส” กองหน้าจอมถล่มตาข่าย

มีนักเตะที่ค้าแข้งในประเทศอังกฤษมากมาย ซึ่งก็รวมถึงผู้เล่นกองหน้า ที่ชื่อว่า “มาร์ค ฮิวจ์ส” เขาเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1963  เป็นชาติ เวลส์ โดยได้ผ่านการเจียระไนจากยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยได้เริ่มเข้ามาเล่นฟุตบอลกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงเดือนมีนาคมปี 1978 เมื่อได้เซ็นสัญญาเข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดของสโมสรด้วยวัยเพียง 14 ปี  ซึ่งน้อยคนนักที่จะคิดว่า จะมีมิดฟิลด์หนุ่มจากเร็กซ์แฮมผู้นี้จะได้มาเป็นกองหน้าจอมถล่มประตูที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสรได้
ได้มีการกล่าวกันว่าการที่คุณได้ย้ายออกไปจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อไหร่ นั้นคือจุดเริ่มต้นของการจบอาชีพค้าแข้งของคุณ  แต่ยังมี1คนที่เคยย้ายไปเล่นกับสโสมรบาร์เซโลน่าแล้ว แต่ยังกลับมาโด่งดังยิ่งถิ่นเดิม อย่าง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้อีก  ซึ่งคราวนี้สามารถประสบความสำเร็จได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย เขาคือ  มาร์ค ฮิวจ์ส เท่านั้น ที่สามารถทำแบบนั้นได้ จากอาชีพค้าแข้งของเขา
ซิด โอเว่น ซึ่งตอนนั้นเป็นโค้ชของทีมเยาวชน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ค้นพบและเร่งเห็นถึงความสามารถของ ฮิวจ์ส ในการยืนตำแหน่งเป็นศูนย์หน้าให้กับทีม  ซึ่งทำให้สาวก “ปีศาจแดง” ต้องเอ่ยคำขอบคุณให้แก่เขา สปาร์กี้ สามารถทำประตูได้ตั้งแต่นัดแรกที่ประเดิมสนามในการพบกับอ็อกซ์ฟอร์ด เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 1983 จากนั้นอีก 6 เดือนต่อมาเขาก็สร้างชื่อได้อีกในนามทีมชาติ เมื่อยิงใส่ทีมชาติอังกฤษได้ในนัดประเดิมสนามเช่นกันมาร์ค ฮิวจ์ส เป็นนักเตะที่มีจุดเด่นอยู่ที่การยิงประตูได้หลากหลายรูปแบบ และมีลีลาการเล่นที่ดูสนุก  ขณะที่ ฉายาการดาวยิง สปาร์กี้ มาจากที่เจ้าตัวได้ตั้งชื่อตามตัวการ์ตูน นั้นเอง

ในปี 1985 ด้วยความสามารถทำให้เขาได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ พร้อมกับพาทีมปีศาจแดง คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ

ในปี 1986 เขาย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับทีมอย่างบาร์เซโลน่า ที่สเปน  ด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่สูงเอาการในยุคนั้น  โดยเจ้าตัวได้ย้ายมาพร้อมกับ แกรี ลินิเกอร์ ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ โดยตอนนั้นทีมดังจากสเปนมี เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ เป็นผู้จัดการทีม  อย่างไรก็ตาม ชีวิตในถิ่น คัมป์นู ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ฮิวจ์ส นั้นไม่สามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับการอยู่ใน ถิ่นคัมป์นู ได้ เขาไม่สามารถสร้างฟอร์มการเล่นให้เป็นที่ประทับใจได้  และเขายังได้ให้คำจำกัดความถึงการย้ายทีมครั้งนี้ว่า “ยอดแย่”  ด้วยผลงานที่ไม่สู้ดีนัก ทำให้ ปีต่อมาเขาได้ถูกส่งให้ไปเล่นกับทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค แบบยืมตัว การมาอยู่เสือใต้ ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาดีขึ้น เริ่มกลับมายิงประตูได้เหมือนเคย และปี 1988 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ทุ่มเงินด้วยค่าตัวที่ถือได้ว่าเป็นสถิติของปีศาจแดงในยุคนั้นคือ ด้วยค่าตัว 1.8 ล้านปอนด์ เพื่อให้ได้ตัวเขากลับมาเล่น ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด หลังจากที่เขาได้กลับมาอยู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง  ฮิวจ์ส  ได้กลายเป็นนักเตะที่มีผลงานและรางวัลมากมาย  โดยเขานั้นสามารถคว้ารางวัลนัเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ตั้งแต่ฤดูกาลแรกของการกลับมาลงเล่นให้ ปีศาจแดง เขายังเป็นฮีโร่ ยิง 2 ประตู ช่วยให้ทีมไม่แพ้ ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ 1990  ที่พบกับ สโมสร คริสตัล พาเลซ  ก่อนจะไปเอาชนะได้ใหม่ในนัดรีเพลย์ การได้เป็นแชมป์รายการนี้ ถือว่าเป็นรายการแรกกับสโมสรของเซอร์ อเล็กซ์ ด้วย
ต่อมาในปี 1991 เขาได้รับตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี  และยังได้รับเกียรติประวัติ เมื่อเขาได้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์  ผู้เล่นทรงคุณค่า ในนัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ที่ไปแข่งขันกันที่ร็อตเตอร์ดัม  ซึ่งครั้งนั้นเขาทำคนเดียวไป  2 ประตู ทำให้ทีมเอาชนะยอดทีมแห่งสเปน บาร์เซโลน่าไปด้วยกอร์ 2-1 และเป็นการเอาชนะต้นสังกัดเก่าของเขาอีกด้วย

ถัดมาใน ปี 1992  ฮิวจ์ส ก็ยังช่วยพาทีมคว้าแชมป์ ลีก คัพ สมัยแรกของทีมปีศาจแดงได้อีก จากนั้นในฤดูกาลต่อมาเขาก็นำพา ปลุก “ผีแดง”  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผงาดขึ้นมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมาครองได้สำเร็จ  เป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี

ในปี  1995 เดือน มกราคม ฮิวจ์ส ได้ย้ายไปเล่นให้กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ซึ่งทีมโปรดของเขาในวัยเด็ก การย้ายไปเล่นกับเชลซี เขายังสามารถคว้าแชมป์กับต้นสังกัดใหม่ ได้ด้วย ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ กับ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ  ต่อมาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับเซาแธมป์ตัน, เอฟเวอร์ตัน และมาจบลงที่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ซึ่งฮิวจ์สในวัย 38 ปียังไม่หยุดที่จะคว้าแชมป์ให้กับตัวเอง  ด้วยการคว้าแชมป์รายการสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ดกับทีมกุหลาบไฟมาครองได้ด้วย นั่นก็คือแชมป์ลีก คัพ ซีซั่น 2001-2002
ในช่วงที่เขาได้ค้าแข้งกับเซาแธมป์ตัน ฮิวจ์สก็เริ่มที่จะสนใจ ที่จะทำงานเป็นผู้จัดการทีมแล้ว โดยเขาได้มีโอกาสไปคุมทีมชาติเวลส์ แบบพาร์ทไทม์ ระหว่างปี 1999-2004  สามารถพาทีมชนะแชมป์โลกอย่างอิตาลีได้อย่างน่ายกย่อง และก็เกือบที่จะพาทีมชาติเวลส์ไปลุยยูโร 2004 ได้อีกด้วย เขามารับงานคุมทีมแบบเต็มตัวครั้งแรกในถิ่นอีวู้ด พาร์ค จากนั้นวันที่ 2 มิถุนายน 2008 ก็เปิดตัวเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงเวลาสั้น ในปี 2008-2009

ในปี 2010 ฮิวจ์สก็ได้มาคุมทีมฟูแล่ม จากนั้นก็ไปเป็นผู้จัดการทีมควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส ในวันที่ 10 มกราคม 2012 และทุกวันนี้เขาก็รับหน้าที่เป็นกุนซือให้กับสโต๊ค ซิตี้ อยู่ โดยเซ็นสัญญากัน 3 ปี เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2013

เมื่อย้อนดูเรื่องราวในอดีตของ มาร์ค ฮิวจ์ส เจ้าตัวนั้น ได้สร้างความทรงจำกับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในเส้นทางตัวเอง ดังนั้นจึงพูดได้ว่านี้คือ หนึ่งในตำนานที่แฟนบอลคิดถึง